จากผู้เขียน ....ตอนที่ 5 กลับบ้านนอกของเราดีกว่า
ความเดิมจากตอนที่แล้ว...ออกจากเมืองกรุง...มุ่งสู่เมืองใต้
จากการได้รับมอบภารกิจในฐานะของ แผนกวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ กอ.สสส.จชต. ผมก็เป็นหัวหน้าของหน่วยงานชื่อประหลาดนี้พร้อมกับลูกน้องที่มาจากหลายที่หลายทาง แต่มีจุดหมายเดียวกันคือ อยากร่วมด้วยช่วยกันทำในนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งความรับผิดชอบ เริ่มตั้งแต่
1 พ.ย.2548 เป็นต้นมา จนจบภารกิจตามแผนงานใน 30 ก.ย.2548 ขอทบทวนข้อความสำคัญที่เขียนไว้ก่อนจะจบภารกิจในปลายปี 2548 ผมได้เขียนไว้ว่า
"แผนกวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ กอ.สสส.จชต. หวังผล ให้การ ดำเนินงาน โครงการและพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการ แก้ไขปัญหาการ ก่อความไม่สงบในพื้นที่ จชต. จะเป็น จุดเริ่มต้นในการพัฒนา " ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ" สำหรับผู้บังคับบัญชา บนพื้นฐานของความเข้าใจในความจำเป็น , ความต้องการของระบบ ทั้งในแง่ HARDWARE , SOFTWARE , PEOPLEWARE , DATABASE รวมถึง ผลผลิต , ผลลัพธ์ ที่ต้องการ ตลอดจนความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม และหวังผลสัมฤทธิ์ ถึงแม้ จะเป็น แค่ บางส่วนของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติจริงและอาจต้องใช้ระยะเวลา ในการแก้ไขข้อบกพร่อง และคงต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้รู้อื่นๆ อันจะต้องนำไปสู่การพัฒนา แนวทางเพิ่มเติมต่อไปอีก แต่ก็นับเป็นความภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ แผนกวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ กอ.สสส.จชต.ทุกนายซึ่งเป็นข้าราชการของ ทบ. เป็นทีมงานที่มาจากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะมาจาก กพ. ของ ทภ.3,ทภ.4 และ นสศ. ประการสำคัญสามารถกล่าวได้ว่า กพ.ทุกนายไม่มีความรู้ โดยตรงในศาสตร์ด้านนี้มาก่อน แต่ล้วนมาศึกษาเพิ่มเติมเองโดยใจรักโดยใช้วิธี Learning by Doing ตลอดจนมีความสนใจที่จะร่วมด้วย ช่วยกัน บนความอยากรู้ อยากได้ อยากมีและมีใจจริงอยากทำ จนสามารถทำให้ระบบ RUN ได้ในขั้น PRACTICAL ในระดับหนึ่ง นับเป็นสิ่งที่ กพ.ของ แผนกวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ กอ.สสส.จชต.ทุกนายจะต้องระลึกและจดจำตลอดไป ในการมีส่วนร่วมการจุดประกายความคิด, ขายความคิด เพื่อให้บังเกิดแนวร่วม และแนวความคิดเพิ่มเติม จากหน่วยปฏิบัติงานด้านยุทธศาสตร์จนถึงหน่วยปฏิบัติงานระดับรากหญ้าของ กอ.สสส.จชต."
 |
ข้อความข้างต้น ผมยังภูมิใจ ในความคิดที่ได้ทำและนำมาเขียนเอาไว้ในครั้งนั้นอยู่
เสมอ และไม่เคยต้องกังวลกับสิ่งต่างๆที่ ได้คิด ได้ทำ ได้เขียนไว้ในความรับผิดชอบของภารกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้นเลยเพราะผมและลูกน้องทุกคน คิดดี ทำดีที่สุดแล้ว.......ซึ่งในมุมกลับกันผมคิดว่า คนที่ไร้เกียรติ ไร้ความสำนึก ในภารกิจในหน้าที่ในคราเดียวกันในครานั้นคงไม่มีความสุข และภูมิใจได้อย่างผมกับลูกน้องได้รับเลย...สาธุ
สรุปก็คือ
" คิดดี ทำดี ต้องได้ดี"......สักวัน
" ไม่แปลกที่จะคิดและมีวิธีดำเนินการที่ไม่เหมือนคนอื่น ถ้าที่คิดและทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี"
" การทำสิ่งใดแค่คิดดี ก็มีความสุขแล้ว"
" คนดี ต้องใช้เวลาชั่วชีวิตสอนกัน"
" ก็คงต้องน้อมรับคำวิพากษ์ และ วิจารณ์ กันไป
" คน...มียศเสื่อมยศได้ คน...มีลาภเสื่อมลาภได้"
แต่เป็น คน...ต้องไม่เสื่อมความดี..แม้ว่าจะมี ยศ หรือ มีลาภ ให้หรือไม่ก็ตามผมทำงานตามมาตรฐาน..เมื่อได้รับมอบภารกิจจากผู้บังคับบัญชา ก็จะทำอย่างมีมาตรฐานและเต็มที่อยู่แล้ว และที่สำคัญไม่เคยทำงานด้วยปาก |
" ความรู้ " เป็นเพียง " พลังอำนาจแฝง " ชนิดหนึ่งเท่านั้น
" ความรู้ " จะกลายเป็น " พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ " ได้ก็ต่อเมื่อ " มันถูกนำไปใช้อย่างชาญฉลาดเท่านั้น " |
หลังจากเดินทางกลับจากภารกิจของ กอ.สสส.จชต. เมื่อจบปีงบประมาณ 2548 ผมก็กลับมารายงานตัวที่หน่วย กรมทหารราบที่4 และโดยตำแหน่ง รอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่4 ที่ผมเป็นอยู่นั้น ผมก็ได้รับการสั่งการให้ไปปฏิบัติภารกิจราชการสนามชายแดนอีกครั้ง ในหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ของ กองกำลังนเรศวร โดยมีตำแหน่งเป็น รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 สำหรับภารกิจที่สำคัญของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ประกอบด้วย
1. แผนงานป้องกันชายแดน มีภารกิจ 3 ประการคือ
- การเฝ้าตรวจและการป้องกันชายแดน
- การจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน
- การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
2. แผนงานรักษาความมั่นคงภายใน
3. แผนงานปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด
4. โครงการความร่วมมือไทย พม่า เพื่อพัฒนาหมู่บ้านชายแดน |
|
|
 |
บก.ฉก.ร.4 |
ในการปฏิบัติภารกิจ กระผมได้รับความกรุณาจาก ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น อันได้แก่
ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร
: พล.ต.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน
รองผู้บัญชาการพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร
: พ.อ.ชัยณรงค์ ธนารุณ
ผู้บังคับการกรมทหารราบที่4 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4
:
พ.อ.เกษม ธนาภรณ์ |
| |
|
พล.ต.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน
ผบ.กกล.นเรศวร |
|
 |
พ.อ.ชัยณรงค์ ธนารุณ
รอง ผบ.กกล.นเรศวร |
|
 |
พ.อ.เกษม ธนาภรณ์
ผบ.ฉก.ร.4 |
|
| |
|
โดยในการปฏิบัติหน้าที่ของกระผมนอกจากเป็น รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แล้ว ผมยังเป็น หัวหน้าชุดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ กองพลทหารราบที่ 4 / กองกำลังนเรศวร อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
สำหรับงานในหน้าที่ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 นั้นไม่มีปัญหาเท่าไรนักเพราะ มีฝ่ายอำนวยการและกำลังพลต่างๆดำเนินการอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว
แต่งานในหน้าที่ หัวหน้าชุดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ กองพลทหารราบที่ 4 / กองกำลังนเรศวร เป็นงานที่ต้องคิดระบบและสร้างคน สร้างงาน ขึ้นใหม่ทั้งหมด
|
กรณี Hardware และ Softwareไม่หนักใจเพราะผมใช้จาก โครงการวิจัย และพัฒนาต้นแบบระบบฐานข้อมูลทางทหารเพื่อความมั่นคง ที่กระผมกำลังดำเนินการให้กับ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกลาโหม สามารถนำมาใช้สนับสนุนในภารกิจการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ กองพลทหารราบที่ 4 / กองกำลังนเรศวร ได้โดยทันที
กรณี Peopleware นี่ต่างหากที่นับว่าเป็นปัญหาตัวจริง ที่ต้องสร้างให้หน่วยใหม่ กระผมยังนับว่าโชคดีที่ยังพอเหลือลูกน้องที่ร่วมทำงานจาก กอ.สสส.จชต. ติดตามมาช่วยงาน ณ ที่นี่ด้วย จึงต้องขอขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นมา ณ ที่นี้ด้วย ในความมีน้ำใจ และเล็งเห็นความมีประโยชน ์ของโครงการฯและแนวความคิดในการทำงานด้านนี้ |
"สอนให้รู้ ทำให้ดู" |
ห้วงระยะเวลาที่ 2 คือ ห้วงตั้งแต่เดือน มี.ค.
ก.ย. 49 จำนวน 7 เดือน เป็นการขยายผลการดำเนินงานต่อไปในระดับตำบลทุกตำบล ตามแนวชายแดนจนครอบคลุมทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบของ กองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร สำหรับพื้นที่ตำบลตลอดแนวชายแดนในพื้นที่ 8 จังหวัดชายแดนของกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งสิ้น 104 ตำบล โดยในตำบลตลอดแนวชายแดนของจังหวัดตาก, แม่ฮ่องสอน และ เชียงใหม่ บางส่วน ในความรับผิดชอบ กองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร มีรวมทั้งสิ้น 50 ตำบล
แต่ทั้งนี้ในการกำหนดความเร่งด่วน ในการดำเนินงาน ตามแผนงานนั้น จะเริ่มดำเนินการในระดับตำบลที่เป็นพื้นที่ล่อแหลมตามแนวชายแดนก่อน โดยในพื้นที่ ฉก.ร.4 มีพื้นที่ล่อแหลมจำนวน 9 พื้นที่ อยู่ในพื้นที่ 7 ตำบล และในพื้นที่ ฉก.ร.7 มีพื้นที่ล่อแหลมจำนวน 19 พื้นที่ อยู่ในพื้นที่ 11 ตำบล |
|
สำหรับภารกิจที่กระผมได้รับมอบหมายจาก ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร คือ การดำเนินงานพัฒนา ระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรองในพื้นที่รับผิดชอบของกองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี GIS และ MIS มาเป็นเครื่องมือช่วย ในการรวบรวมองค์ความรู้จากทุกส่วนงานเข้าสู่ระบบมาตรฐานเดียวกัน และดำเนินการใช้เพื่อพลางในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของ กองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร แต่ทั้งนี้การดำเนินงานยังคงยึดถือตามหลักนิยมทางทหาร ตลอดจนเป็นไปตามนโยบาย และเจตนารมณ์ของหน่วยเหนือ ทุกประการ
เพื่อมุ่งสู่ความสัมฤทธิ์ผลตามนโยบายของหน่วยเหนือ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร จึงได้รวบรวมบุคลากรจากหน่วยต่างๆ มาจัดตั้งเป็น ชุดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศกองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวร เพื่อรับภารกิจในการนี้โดยเฉพาะ และได้กำหนด ROADMAP แผนการดำเนินงานเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการพัฒนา ระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรอง ขึ้น โดยกำหนดห้วงการดำเนินงานจำนวน 9 เดือน แบ่งเป็นแผนงาน 2 ระยะ มีรายละเอียดคือ
ห้วงระยะเวลาที่ 1 ห้วงตั้งแต่เดือน ม.ค. ก.พ. 49 จำนวน 2 เดือน เป็นการเตรียมการและทำ MODEL ต้นแบบระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรองระดับตำบล โดยดำเนินการ รวบรวม/จัดทำ ฐานข้อมูลประเภทต่างๆในลักษณะบูรณาการระบบฐานข้อมูลเข้าด้วยกันบนความประสานสอดคล้อง จากนั้นจึงจัดเก็บเข้าสู่ระบบภูมิสารสนเทศ GIS เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลและสนับสนุนการตกลงใจ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว ได้ใช้พื้นที่ต้นแบบการดำเนินงานในพื้นที่ ฉก.ร.๔ บริเวณพื้นที่ ต.วาเลย์ อ.พบพระ จว.ต.ก.
สำหรับห้วงระยะเวลาที่ 1 การดำเนินงานสามารถสัมฤทธิ์ผลในแนวทางการดำเนินงาน และมีมาตรฐานตรงตามวัตถุประสงค์ของการทำ MODEL ต้นแบบที่ กองพลทหารราบที่4 / กองกำลังนเรศวรได้กำหนดไว้ และได้นำเสนอผลงานให้ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร มทภ.3 ขณะนั้น ได้กรุณารับทราบ เมื่อ 6 มี.ค. 2549 โดยต้นแบบระบบฐานข้อมูลดังกล่าวได้ถูกจัดเก็บในแผ่นบันทึกข้อมูล DVD ROM พร้อมคู่มือวิธีการใช้งานที่ได้รวบรวมวิธีการและขั้นตอนการใช้งานโดยละเอียด สามารถเป็นต้นแบบให้กับหน่วยอื่นๆที่สนใจได้ต่อไป |
|
สำหรับห้วงระยะเวลาที่ 2 ไม่สามารถดำเนินการบรรลุได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการแต่ที่สำคัญที่สุด คือ
หน่วยไม่สามารถสร้างคนให้ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ไปตามกลไกที่วาดหวังไว้ตรงนี้นี่เอง ที่กระผมถึงได้ตระหนักถึงความมีอัจฉริยะภาพของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงให้ข้อคิดในการปฏิบัติงานไว้ คือ |
"เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" |
ความไม่ประสพความสำเร็จอีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะกระผมคงยังไม่มีความสามารถในการเป็นครูที่ดี ที่จะสื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้อง และอีกประการหนึ่งก็คือเวลาที่มีอยู่ผ่านไปเร็วเหลือเกินด้วย.....อันนี้นับว่ากระผมได้พลาดโอกาสทองที่สำคัญ ที่ได้รับมาอย่างยากเย็นไปอีกครั้งหนึ่ง..เสียดายจริงๆครับ
ในการปฏิบัติภารกิจกระผมพยายามอธิบายให้หน่วยได้มีความเข้าใจในการบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรองเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมันจะต้องประกอบด้วย องค์ประกอบหลักโดยสังเขป คือ
-ข้อมูลภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่ Geospatial Data ซึ่งแสดงภาพข้อมูลพื้นที่ปฏิบัติการรูปแบบต่างๆในลักษณะแผนที่เชิงเลข ที่สามารถแสดงค่าพิกัด
-ข้อมูลเชิงอรรถาอธิบายในเรื่องต่างๆ Meta Data ซึ่งจะเป็นส่วนขยายในรายละเอียดของการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ระบบข้อมูลในเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงอรรถาธิบายในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวข้องนั้น จะต้องถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบมีข้อมูลที่ถึงพร้อมด้วยคุณภาพและปริมาณ มีกระบวนการในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นระบบ มีการนำเสนออย่างเห็นภาพ (Visualization) ซึ่งในลักษณะดังกล่าวจะช่วยในการตอบสนองความต้องการของกองทัพบกตลอดจนผู้บังคับบัญชา, ฝ่ายเสนาธิการ และหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของกองทัพ ในการแสวงข้อตกลงใจเพื่อดำเนินการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งจะส่งผลให้การกำหนดนโยบายและแผนงานต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล สอดคล้องกับความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณที่รองรับอยู่ อันจะส่งผลให้เกิดความเหมาะสมในการเตรียมกำลังและการพัฒนาพื้นที่ที่มั่นคง และยั่งยืนไม่หวั่นไหวต่อผลกระทบและต่อความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
นอกจากนั้นยังพยายามชี้ให้เห็นแนวทางการใช้ประโยชน์จากระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรอง ซึ่งระบบฐานข้อมูลสามารถนำไปใช้ใน WARROOM หรือจัดทำเป็น DATA CENTER เพื่อช่วยในการแสวงข้อตกลงใจของ ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายเสนาธิการ ตลอดจนหน่วยปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับการรับและการกระจายข้อมูลข่าวสารในลักษณะTwo Way Communication กับหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อดำรงความต่อเนื่องในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาระบบฐานข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศข่าวกรอง จะสร้างมาตรฐานการรวบรวมข้อมูล GIS และ MIS อย่างเป็นระบบ และเป็นการสร้างบุคคลากรของกองทัพ เพื่อเตรียมการรองรับการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศของกองทัพบกในอนาคตอีกด้วย
กระผมพยายามนำเรียนผู้บังคับบัญชาให้เห็นภาพปัจจัยแห่งความสำเร็จบน ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความมีประสิทธิภาพ ความประหยัด และการต้องการความยอมรับในกรณีการใช้ประโยชน์จาก HARDWARE SOFTWARE PEOPLEWARE และDATABASE
ที่ กองพลทหารราบที่4 / กกล.นเรศวร สามารถใช้ได้จากโครงการวิจัย และพัฒนาต้นแบบระบบฐานข้อมูลทางทหารเพื่อความมั่นคง ที่กระผมกำลังดำเนินการให้กับ สำนักงานวิจัย และพัฒนาการทางทหารกลาโหม ซึ่งสามารถนำมาใช้สนับสนุนในภารกิจการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ กองพลทหารราบที่ 4 / กองกำลังนเรศวร ได้โดยทันทีและพร้อมขยายผลการดำเนินงานต่อไป แต่ทั้งนี้ในแนวทางการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อหลักนิยมที่ใช้กันมาโดยตลอดของกองทัพ และดูเหมือนมันเป็นสิ่งยากยิ่งที่จะให้ทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมาเพิ่มงานในหน้าที่ของเขาเหล่านั้นในการร่วมพัฒนาระบบฯดังกล่าว ที่ไม่มีตัวตน.......
เมื่อครบปีงบประมาณ.......จบภารกิจ.....ลูกน้องจาก ฝยก.ฉก.ร.4 ได้จัดทำมัลติมีเดีย การปฏิบัติภารกิจของผมประกอบเพลงมาให้และบอกให้ผม ยิ้ม สู้ ต่อไป ถ้าอยากรู้ก็ลองเปิดฟังเองได้เลยครับ คลิกเพื่อ Download
............จบ ตอนที่ 5 ครับ.............
|
|