กลับสู่หน้าHomepage
 
เรียบเรียงโดย พ.อ. บัญชา  ดุริยพันธ์


จากผู้เขียน ....ตอนที่ 6
มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ Unit School on Line  เมื่อบอก เล่า ไม่มีใครฟัง.....ก็ใช้วิธีเขียนเอาดีกว่า

ความเดิมจากตอนที่แล้ว...กลับบ้านนอกของเราดีกว่า       

      ท่านผู้อ่านอาจมองเห็นภาพการทำงานของ ทหารหน้าซื่อ หน้าตาบ้านนอก บ้านนอก อยู่ในป่าเขาห่างไกลอารยธรรม และความรู้ ประมาณนั้นใช่ไหมครับ แต่จริงๆแล้วถ้าวาดภาพทบทวนการอ่านบทความต่างๆ ที่ผมเขียนในแต่ละตอนอย่างพินิจพิเคราะห์จะเห็นว่า ในความคิด และการปฏิบัติงานของลูกน้องผมในงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้าน GIS และ MIS ไม่ใช่เรื่อง ขี้ ขี้ เลย......    
      


       อาจจะจัดได้ว่าเป็นหน่วยพิเศษที่ทำงานเฉพาะทาง....ที่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีประโยชน์อย่างไร และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้การนวัตกรรมแนวความคิดของโครงการฯนี้เพื่อเข้าสู่ระบบ/หลักนิยม ของกองทัพจึงมีปัญหามาจนถึงปัจจุบัน เพราะมีแต่ผู้ร่วมคิด ร่วมทำในโครงการ และมีผู้บังคับบัญชาเพียงบางท่านเท่านั้นที่เข้าใจในความสำคัญ และความจำเป็นของงานในด้านนี้กับการนวัตกรรมการใช้งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้าน GIS และ MIS อย่างเป็นระบบสำหรับกองทัพ

     โดยที่สำคัญที่สุดคือคนของกองทัพต้องสามารถที่จะเข้าควบคุมระบบ และสามารถประยุกต์ใช้บนความต้องการได้ด้วยตัวเอง โดยมีเครื่องมือช่วยคือ Hardware , Software เชิงพาณิชย์ที่จะหาได้บนความมีมาตรฐานสากลที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน อีกทั้ง ถ้าเรายังไม่มุ่งเป้าที่จะสร้างทรัพยากรมนุษย์ของกองทัพให้เข้าใจในเทคโนโลยีอันนี้ ที่จะนำพาไปสู่การนวัตกรรมของกองทัพ โดยคิดเพียงว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่มีเงินแล้วหาซื้อได้ตลอด ก็นับว่า เป็นเรื่องที่คิดผิดจริงๆ ลองหันกลับไปดู รอบๆตัวท่าน ซิครับว่าเทคโนโลยีด้าน Hardware , Software ที่กองทัพซื้อตามกระแส และตามที่นายหน้าเสนอให้เห็นแต่ภาพเฉพาะด้านดีต่างๆ นั้น  มีกี่สิ่งที่เราจะสามารถพัฒนาต่อยอดมันได้เอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางอีก
 
  ยกตัวอย่าง
       ผมและผู้อ่านที่เป็นทหารตั้งแต่เข้ารับราชการ....จำเป็นต้องใช้ข้อมูลแผนที่ในมาตาราส่วนต่างๆ ในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจทางทหาร... การได้ใช้คือนำแผนที่กระดาษมาใช้ โดยต้องซื้อจากหน่วยผลิตแผนที่ .......จนถึงปัจจุบัน...ท่านก็ยังต้องซื้อแผนที่กระดาษใช้กันอยู่... หรือบางหน่วยที่ทันสมัยหน่อยก็นำแผนที่ไป Scan เก็บเป็นภาพดิจิตอลเอาไว้ใช้งาน หรือก็ต้องไปขอซื้อเป็นแผนที่ดิจิตอล ที่มีค่าพิกัดติดมาด้วยจาก กรมแผนที่ทหาร หรือ COPY ของทหารอเมริกัน มาใช้ .....เราแทบไม่มีการสร้างคนให้สามารถก้าวไปเท่าทันกับเทคโนโลยี การทำแผนที่ดิจิตอล เลย...เราได้แต่..รอที่จะต้องมีผู้มาป้อนให้ถึงปาก.....ทั้งที่ปัจจุบันโลกวิวัฒน์ไปมากในเรื่องระบบงานแผนที่ดิจิตอล
โดยเฉพาะการทำแผนที่ดิจิตอลให้มีความง่าย และลงมือทำเองได้จากต้นแบบแผนที่กระดาษที่มีอยู่  ...ที่ผมกล่าวเช่นนี้เพราะ ปัจจุบัน ลูกน้องผมสามารถทำแผนที่ดิจิตอลที่มีค่าพิกัด เพื่อใช้งานในโครงการฯได้เอง ถ้าสงสัยไปดูผลงานได้จากตรงนี้ครับ http://www.geozigzag.com/support.html เรื่องสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศ และสำหรับวิธีการจัดทำแผนที่ดิจิตอลที่มีค่าพิกัด ให้ไปดูที่  http://www.geozigzag.com/titlepage.html   ในหัวข้อเรื่อง

การนำแผนที่ SCAN มาใส่ค่าพิกัดเพื่อใช้ในระบบ GIS
    - การ Import ข้อมูลแผนที่ Map Scan
    - การใส่ค่าพิกัดให้กับแผนที่ Map Scan จากโปรแกรม TNTmips
    - การนำค่าแผนที่ Mapscan ที่มีค่าพิกัดแล้วมาทำการ Resample      
     มีคนเคยบอกกับผมว่า
มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะต้องทำเรื่องนี้ ผมก็เลยถามกลับไปว่า แล้วเป็นหน้าที่ของใครล่ะที่ต้องรับผิดชอบและต้องทำออกมาให้คนในกองทัพได้ใช้โดยไม่ต้อง เสียเงินค่าซื้อข้อมูลหรือต้องจ้างบริษัททำทุกครั้งไป......จากนั้นก็....เงียบและผมก็ถูกตำหนิว่า "ก้าวร้าว","หากินกับโครงการฯ" ผมก็ขอพูดเสียเลยว่า อยากให้กองทัพกางชื่อพวกที่ทำ ระบบคล้ายๆผมแล้วไม่สำเร็จ หรือมีความเป็นรูปธรรมจริงไหม ออกมาให้ดูกันจะจะไปเลยว่า ใช้งบประมาณไปเท่าไรแล้ว ซึ่งนั่นจะเป็นเรื่องจริงมากกว่าว่า ใคร! กันแน่ ที่หากินกับโครงการฯ และผมทำเรื่องนี้แล้วไปกระทบกับหนทางทำมาหากินของพวกที่กล่าวหาผมหรือเปล่า !!!!!

ผมยังมีความรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 4 ในสมัยเมื่อ พล.ต.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 และ พ.อ.ชัยณรงค์ ธนารุณ เป็น รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ซึ่งท่านทั้งสองได้เมตตา ต่อทีมงานและแนวความคิดการดำเนินงานของกระผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะหาอัตราบรรจุกำลังให้กับทีมงาน ทั้งหมดเพื่อเป็นการดำรงความเป็นปึกแผ่นของทรัพยากรบุคคล ที่ได้สร้างเอาไว้ไม่ให้สลายเป็นฝุ่นธุลีกระจัดกระจายกันไปหมด เมื่อครั้งกลับมาจากการปฏิบัติงานที่ภาคใต้จาก กอ.สสส.จชต. ..นับเป็นความเมตตาที่ต้องจดจำไปนานเท่านาน....นอกจากนั้น สโลแกนที่ท่านมอบให้กับ เพื่อนพ้อง น้องพี่ กองพลทหารราบที่ 4 ดังปรากฏตามภาพข้างล่างก็ทำให้ผมมีกำลังใจในการคิดสร้างงานได้ต่อไป

      

ถ้ามี คนถามผมตอนนี้ว่าผมเหนื่อยไหมในการที่ต้องทำแบบนี้ ก็ขอตอบตรงๆว่าเหนื่อย  แต่ถ้าจะให้เลิกทำคงไม่ ....เพราะ ยิ่งทำ ยิ่งรู้มาก  ยิ่งสงสารกองทัพ  ที่มีทั้ง คน เงิน วัสดุ การบริหารจัดการ แต่ไปไม่ถึงไหนเพราะมีคนรู้จริงไม่กี่คนและส่วนใหญ่เชื่อแต่พวกบริษัทที่มาทำให้ ผมเคยเขียนเรื่องหนึ่งเอาไว้นานแล้วก็ขอเอามาพิมพ์ให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง คือ   "ความล้มเหลวทั้งหลายทั้งปวง เกิดขึ้นจาก คน"

 





 
    วันนี้ก็จะมาคิดดังๆให้ฟัง
       4M = MEN , MONEY , MATERIAL , MANAGEMENT      ซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงนั้น จริงๆแล้ว ผมก็คิดว่ามันมีจุดตั้งต้นที่ คน ในการจะสรรหามาทั้งสิ้น ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เกิดจากคน หามาไม่ครบ หรือถ้ามีครบแต่คนที่เป็น หัวหน้า ไม่อนุมัติหรือไม่มีความริเริ่ม ให้ทำได้ก็ไม่สำเร็จอีกเหมือนกัน
      ดังนั้น ก็ต้องมาดูต่อในสุภาษิตที่ว่า "หัวล้านได้หวี" คือมีของดีแต่ไม่รู้จักใช้..แต่ที่จริงแล้ว "หัวล้าน" ที่ฉลาดก็คงมีอยู่แต่เราไปหยิบเขาเอามาให้เป็นหัวหน้าและเป็นผู้สั่งใช้หรือเปล่า หรือพวกที่จะต้องใช้มันไม่ใช่คนที่อยู่ในความจำของหัวหน้าหรือในcontrol ที่หัวหน้า คิดว่าต้องควบคุมเขาได้(พวกคิดมาก)นั่นก็เป็นเรื่องของ คน ที่มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องไปเสียหมด
       ต่อมาอีกกรณีหนึ่ง คนที่เป็น หัวหน้า ให้ทุกอย่าง แต่ กุนซือ / ลูกน้อง ไม่มีปัญญา ก็เป็นเรื่องคนเข้ามาอีกเหมือนเดิม มีคนมากก็เหมือนมีคนน้อยเพราะมัวแต่แบ่งเป็นกลุ่มเป็นพวกตามนิสัยประจำชาติของคนไทยเรา คนทำงานได้แต่ไม่ใช่พวกแถมยังถูกคัดทิ้ง คนทำไม่ได้ทำไม่เป็นแต่ได้ทำเพราะเขาเป็นพวกเรา โลกมันจึงยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้ คือไม่มีความสมบูรณ์แบบในตัวของแต่ละคน..แต่ละคน แล้วก็ต้องมาชินกับคำว่า ล้มเหลว ซะ...ใช่ไหมครับทั้งหมดก็ขอกราบฝาก พี่ๆน้องๆทหารในทุกระดับ ที่มีลูกน้องในปกครอง ให้รู้จัก "คน" ให้มากๆ แล้วจะทำอะไร อะไร ได้ดีขึ้น การทำงานทุกอย่างไม่ต้องให้สำเร็จสูงสุดหรอก แต่อย่าให้มันล้มเหลวเท่านั้นเองครับ


    มาเข้าเรื่องเสียที....
     มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ Unit School on Line  เมื่อบอก เล่า ไม่มีใครฟัง.....ก็ใช้วิธีเขียนเอาดีกว่า
     หลังจากผมจบภารกิจจากตำแหน่ง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 เมื่อ 30 ก.ย. 49 ผมและทีมงานก็ได้รับคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ให้มาปฏิบัติภารกิจในปีงบประมาณ 50 ณ กองบัญชาการกองกำลังนเรศวร โดยตัวผมเองปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง หัวหน้าชุดพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ กองพลทหารราบที่4/กองกำลังนเรศวร ก็นับว่าเป็นความกรุณาเป็นอย่างสูงที่ผู้บังคับบัญชายังมอบหมายภารกิจสำคัญให้พวกเราได้ดำเนินการต่อไป ...อ้อ...เกือบลืมไปครับครั้น เมื่อ 14 พ.ย.49 ตาม คำสั่ง ทบ.ที่637/2549  กองทัพบกมีคำสั่งให้ผมปรับย้ายจากตำแหน่งเดิม รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 4 ไปเป็น รองเสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 4 ก็ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาและ พี่ๆทุกคน ที่มอบความไว้วางใจให้ผมไปดำรงตำแหน่งนี้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ  


    ในการปฏิบัติงานในที่แห่งใหม่และในตำแหน่งใหม่ และปีงบประมาณใหม่ (ปี 50) นี้ผมและทีมงานได้มีมติกันแล้วว่า...ต้องเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานเสียใหม่ โดย มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้   Unit School on Line เมื่อบอก เล่า ไม่มีใครฟัง.....ก็ใช้วิธีเขียนเอาดีกว่า ซึ่งเป็นชื่อของตอนที่ 6 นี่เองครับ
       www.geozigzag.com   มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ Unit School on Line ผมได้จดโดเมนเนม  www.geozigzag.com  ขึ้นเพื่อใช้เป็นประตูผ่านเพื่อนำองค์ความรู้และแนวคิดการดำเนินงานด้าน GIS  ไปสู่  www.  ซึ่งจุดมุ่งหวังก็คือ"เมื่อบอก เล่า ไม่มีใครฟัง...ก็ใช้วิธีเขียนเอาดีกว่า"
       เนื่องจากผมพิจารณาตัวเองแล้วว่า เป็นคนพูดตรงๆไม่ค่อยมีศิลปะในการพูดให้ระรื่นหูผู้ฟังสักเท่าไร และพูดเสียงดัง ผู้บังคับบัญชา และพี่ๆน้องๆ จึงไม่ค่อยชอบสักเท่าไรนัก  คงเหมือนเรื่องตลกที่ไม่ตลก สมัยเป็น นักเรียนเตรียมทหาร ที่กล่าวขานกันมาว่าเวลาพวกเราประเมินค่ากันนั้น บางคนถูกเรทต่ำเพราะ ! "ถูก เรทต่ำ เพราะกินจุ" ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหว่า.... ผมจึงมาคิดมองจุดอ่อนตัวเองว่าถ้ายอมให้เป็นเช่นนั้นเราก็เสร็จ..ไปไม่ได้..ไปไม่เป็น...เพราะคนไทยมีวัฒนธรรมเช่นไร....ซึ่งก็ไม่ขอจะกล่าวนะครับ จึงนำมาสู่การขายความคิดโดยวิธีเขียนผ่าน เวปไซต์ ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องเข้ามาอ่าน..ไม่ต้องบังคับกันให้มานั่งฟังผมพูดให้ทิ่มแทงใจดำกันด้วย...ผมเองนั้นไม่เคยกลัวในการพูดเรื่องจริง..แต่ละอายใจเหลือกำลังสำหรับพวกไม่ชอบฟังเรื่องจริงต่างหาก.....เบื่อ

      จดโดเมนเนม ชื่อ geozigzag ก็มีสาเหตุ
      geo หมายถึง  ผืนแผ่นดิน แต่จริงๆ ผมต้องการให้สื่อถึง geographic  คือ ในทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจนำมาใช้ในภารกิจทางทหารโดยมีเทคโนโลยี GIS เป็นตัวช่วย
      Zigzag หมายถึง เลี้ยวไปเลี้ยวมา แต่จริงๆ ผมต้องการให้สื่อถึง การคิด การทำงาน ด้าน GIS ของผมที่ไม่สามารถเดินไปตรงๆในทางที่สั้นที่สุดได้ ...มันไปไม่ได้...จึงต้อง เลี้ยวไปเลี้ยวมา เพื่อให้ถึงที่หมาย แม้ว่ามันจะล่าช้า เสียเวลา สักเพียงใดก็ตามที
สำหรับชื่อ โดเมน นี้ ใครคงมาบังคับให้เลิกใช้เลิกทำคงไม่ได้ เพราะผมใช้เงินส่วนตัวในการจดโดเมนและจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในการทำเวปไซต์เองครับ....ขอบอก

สำหรับตอนที่ 6 นี้ เขียน เหมือนสั้น แต่จริงๆแล้วเป็นหนังม้วนยาวครับ ใครอยากรู้ก็ลองคลิ๊ก เข้าไปที่    www.geozigzag.com  

      ก็จะเห็นเนื้อหาต่างๆ ที่ถูกบรรจุเอาไว้มากมาย ..บางเรื่องอาจจะไม่เกี่ยวกับ GIS แต่ผมต้องบรรจุลงไปด้วยเพื่อให้ "คน" ได้อ่านเพื่อเกิดปัญญาประกอบในความรู้สึกนึกคิดของความเป็น  "คน" ที่ต้องมีหลายๆอย่างมารวมกัน จึงจะกลายเป็น "มนุษย" ได้ไงครับ.....สาธุ....รวมถึงเป็นเหมือนเครื่องเตือนสติของผมเองด้วยเช่นกัน